ดร.วีระชัย วีระเมธีกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า เหตุผลที่ทางกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ให้ความสำคัญเรื่องแก้วและอุตสาหกรรมแก้ว และตั้งศูนย์เชี่ยวชาญเรื่องแก้วขึ้นโดยเฉพาะนั้น เนื่องจากความสำคัญของแก้ว เพราะแก้วถือเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้วัตถุดิบภายในประเทศ (Local Content) เป็นวัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Product) อีกทั้งอุตสาหกรรมแก้วมีความสำคัญต่อประเทศไทย เนื่องจากอุตสาหกรรมแก้วสร้างรายได้ให้แก่ประเทศในแต่ละปีเป็นเม็ดเงินจำนวนมาก
ตลาดผลิตภัณฑ์แก้วในตลาดโลกมีแนวโน้มที่จะขยายตัวอย่างต่อเนื่อง มีอุตสาหกรรมต่อเนื่องเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมแก้วภายในประเทศจำนวนมาก เช่น อุตสาหกรรมรถยนต์ อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า (โคมไฟ หลอดไฟ) อุตสาหกรรมก่อสร้าง (บล็อกแก้ว ฉนวนใยแก้ว) และอุตสาหกรรมแก้วเป็นอุตสาหกรรมหนักที่ต้องทำการผลิต 24 ชั่วโมง จึงต้องการ การจ้างแรงงานในอัตราที่สูง
บทบาทของศูนย์ฯ จะเกี่ยวข้องทั้งในเรื่องของการวิจัยพัฒนาเพื่อปรับปรุงกระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น และการให้บริการวิเคราะห์และทดสอบผลิตภัณฑ์แก้วแก่เอกชน โดยศูนย์แห่งนี้นอกจากจะเป็นศูนย์เชี่ยวชาญด้านแก้วแห่งแรกและแห่งเดียวของไทยแล้ว ยังถือเป็นศูนย์เชี่ยวชาญแก้วแห่งแรกและแห่งเดียวของอาเซียนในขณะนี้ด้วย จะทำให้นานาประเทศโดยเฉพาะประเทสผู้นำเข้าสินค้าแก้วจากไทยให้การยอมรับในคุณภาพและมาตรฐานของสินค้าแก้วที่ผ่านการรับรองจากกรมวิทยาศาสตร์บริการ
นอกจากนั้นยังทำหน้าที่ให้บริการวิเคราะห์ทดสอบ การวิจัยและพัฒนาให้คำปรึกษาและแก้ไขปัญหาให้แก่ภาคเอกชนอีกด้วย
เกษม พิฤทธิ์บูรณะ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ กล่าวว่า ศูนย์เชี่ยวชาญด้านแก้วฯ นั้น บทบาทในการให้บริการสำคัญฯ ได้แก่ การให้บริการวิเคราะห์ทดสอบ ที่ได้พัฒนาศักยภาพการให้บริการวิเคราะห์ทดสอบคุณสมบัติสำคัญของวัสดุแก้วได้ครบทั้งหมด และการทดสอบบางรายการสามารถทดสอบได้เฉพาะที่กรมวิทยาศาสตร์บริการเท่านั้น เช่น ค่าความหนืดของแก้ว ความเครียดของแก้ว รวมทั้งการวิเคราะห์สิ่งบกพร่องในเนื้อแก้ว และสาเหตุของการแตก
นอกจากนี้ยังใหเคำปรึกษาแก่ลูกค้าในเชิงวิชาการที่เกี่ยวเนื่องกับผลการทดสอบ ด้านการวิจัยพัฒนา มีทั้งในระดับชุมชน เช่น การทำผลิตภัณฑ์แก้วสำหรับการตกแต่ง และการทำลูกปัดแก้ว ซึ่งที่ผ่านมาได้รับความนิยมจากประชาชนทั่วไปที่สนใจโดยการจัดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการหลายครั้ง และระดับอุตสาหกรรมที่มีผู้ประกอบการเข้าร่วมโครงการืรวมทั้งการให้คำปรึกษา การปรับปรุงสูตรแก้วเพื่อลดต้นทุน เนื่องจากการใช้วัตถุดิบมากเกินความจำเป็น การลดวัตถุดิบนำเข้าจากต่างประเทศ การให้ข้อมูลทางเทคนิคแก่ผู้ประกอบการ ซึ่งนำสินค้าเข้าเพื่อเกณฑ์การเสียภาษี การแนะนำสูตรแก้วให้แก่คนไทยในออสเตรเลีย เพื่อจะนำไปเป็นเครื่องประดับและของตกแต่งบ้าน
ศูนย์เชี่ยวชาญด้านแก้ว โดยกรมวิทยาศาสตร์บริการ ถือเป็นศูนย์แห่งแรกของประเทสไทยและของอาเซียนที่ได้รับรองมาตรฐานความเชี่ยวชาญด้านแก้วจาก Bureau of Analysed LTD หรือ BAS จากประเทศอังกฤษ การมีศูนย์เชี่ยวชาญที่ได้รับมาตรฐานจะทำให้นานาประเทศ โดยเฉพาะประเทศผู้นำเข้าสินค้าแก้วจากไทย ให้การยอมรับในคุณภาพและมาตรฐานของสินค้าแก้วที่ผ่านการรับรองจากกรมวิทยาศาสตร์บริการ
ชนิดของแก้ว
- Soda-lime Sillca กลุ่มใหญ่ 80% ของแก้วในโลก
คุณสมบัติ : ทนสารเคมี ต้านทานกระแสไฟ
ประโยชน์ : ใช้ทำกระจก บรรจุภัณฑ์ หลอดไฟ - Borosilicate
คุณสมบัติ : ทนการกัดกร่อนจากสารเคมีได้สูง
ประโยชน์ : ใช้ทำเครื่องแก้วในห้องปฏิบัติงาน เครื่องแก้วในครัวเรือน ไฟหน้ารถยนต์ - Vitreous Silica
คุณสมบัติ : ทนไฟสูง ทนสารเคมีได้ดี ยอมให้ UV ผ่านได้ดี
ประโยชน์ : ใช้ทำกระจกของยานอวกาศ Optical Fibers เบ้าหลอม Silicon หลอดไฟประสิทธิภาพสูง - Lead Silicate
คุณสมบัติ : มีความวาวสูง Long Working Range ต้านทานกระแสไฟได้สูง
ประโยชน์ : ใช้ทำเครื่องแก้ว แก้วเจียระไน หลอดไฟ
- ข้อดี - มีความสวยงาม มีความใส ทำให้มองเห็นผลิตภัณฑ์ที่อยู่ภายในได้
- มีความเสถียรสูง ปลอดภัยต่อสารที่บรรจุ ช่วยรักษาสมบัติทางกายภาพของ
ผลิตภัณฑ์ที่อยู่ภายในไม่ให้เปลี่ยนแปลง เช่น สี กลิ่น รส
- ทนต่อความร้อนและแรงดันได้ดี
- เป็นวัสดุที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ 100% เป็นผลดีต่อสิ่งแวดล้อม - ข้อเสีย - มีน้ำหนักมาก
- หากเกิดการกระแทกที่รุนแรงจะเกิดการแตกหักเสียหาย
ศูนย์เชี่ยวชาญแก้วแห่งแรกของประเทศไทย
งานด้านแก้วของกรมวิทยาศาสตร์บริการ ได้เริ่มทำโดยการตั้งเป็นโครงการศูนย์ปฏิบัติการแก้วและกระจก ตั้งแต่ พ.ศ. 2543 มีภาระหน้าที่หลัก คือ การบริการวิเคราะห์ทดสอบ มีเครื่องมืออุปกรณ์ทันสมัย บางการทดสอบมีเพียงที่เดียวในประเทศไทยที่สามารถทำได้ เช่น เครื่องวัดปริมาณความเครียดในแก้ว (Strain Viewer) เครื่องวัดความหนืดของแก้ว เป็นต้น
การทดสอบเป็นการการทดสอบตามมาตรฐานอุตสาหกรรมทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตัวอย่างการทดสอบและเครื่องมือที่ได้ให้บริการทดสอบ ดังนี้
การทดสอบทางความร้อนของแก้ว (Thermal Properties Analysis)
เนื่องจากกระบวนการผลิตแก้วต้องใช้อุณภูมิสูงถึง 1400 ํC - 1600 ํC ในขั้นตอนการหลอม สมบัติทางความร้อนของแก้วเป็นสมบัติพื้นฐานที่จำเป็นต้องทดสอบ เพื่อให้สามารถควบคุมกระบวนการผลิตได้อย่างถูกต้อง
- การทดสอบสัมประสิทธิ์การขยายตัวของแก้วเมื่อร้อน
- การวิเคราะห์ค่าความหนืดของแก้วด้วยเครื่อง Fiber Elongation และ Beam Banding
- การทดสอบการเปลี่ยนแปลงเชิงพลังงานความร้อนและน้ำหนักของแก้วและวัตถุดิบ (TG/DSE)
- การทดสอบหาองค์ประกอบทางเคมีของแก้วและวัตถุดิบด้วย Wavelength Dispersive X-Ray Fluorescence (XRF)
- การทดสอบทางแสงของแก้ว
- การวัดสีแก้วด้วย UV/VIS Spectrophotometer
- การวัดความเครียดของแก้วด้วย Strain Viewer - การวิเคราะห์ทดสอบด้านเคมี
อ้างอิงข้อมูล : วารสารบรรจุภัณฑ์ไทย (ฉบับที่ 86 มีนาคม-เมษายน 2554)
*** สนใจติดต่อ สอบถามหรือสั่งผลิตงานแพ๊คเกจจิ้งกระดาษ
ปลอกกระดาษสวมแก้ว ที่รองแก้วกระดาษ งานออกแบบโลโก้ ได้ที่..
TEL : คุณยา 081-1794546 IDLine : yongyee2529
คุณเอ๋ย 087-3464927 IDLine : aey-iiz.
คุณเอ๋ย 087-3464927 IDLine : aey-iiz.
Email : synindustry@gmail.com
Fax : 02-7074067
Facebook : SYNCoffeeSleeve
เว็บไซต์ : www.synindustry.com