พลาสติกสลายตัวได้

นวัตกรรมการตลาด  พลาสติกชีวภาพชนิดสลายตัวได้

ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา
          นับวันองค์กรต่างๆ ต้องแข่งขันกันเพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม เนื่องจากธุรกิจที่เป็นผู้นำหรือกำลังขยับขึ้นเป็นผู้นำ ย่อมมีความพร้อมในทุกด้านค่อนข้างสมบูรณ์ จึงจะอยู่ในตำแหน่งดังกล่าวได้ ดังนั้นเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันจึงต้องเพิ่มสิ่งที่พิเศษกว่ากิจกรรมธรรมดาทั่วไป จากการศึกษาที่มีผลกระทบโดยตรงต่อมนุษยชาติ ก็ไม่พ้นเรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อมของโลกซึ่งถูกมนุษย์กระทำจนเสียศูนย์ความสมดุลจากดั้งเดิมไปมาก ในที่นี้จะเน้นเฉพาะเรื่องการลดภาวะโลกร้อนและการรักษาทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน
           ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์จากนวัตกรรมล่าสุด คือ พลาสติกชีวภาพ โดยเฉพาะชนิด "สลายตัวได้ทางชีวภาพ (Compostable)" ซึ่งจะเป็นคำตอบได้โดยทำหน้าที่ตอบสนองได้ทั้งลดภาวะโลกร้อน และอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติได้อย่างยั่งยืนคู่ขนานพร้อมๆ กันไป ทั้งนี้ยิ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้มาจากพืชซึ่งถือว่าเป็นวัสดุทดแทนพลาสติกทั่วไป ซึ่งเคยได้จากน้ำมันที่นับวันจะหมดไป จึงกล่าวได้ว่าพลาสติกสลายตัวได้ทางชีวภาพเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากแหล่งกำเนิดที่ยั่งยืนที่สุด โดยไม่มีวันที่จะหมดไปตราบเท่าที่สามารถปลูกพืชนั้นๆ ที่เป็นวัตถุดิบได้อยู่

           จากความสมบูรณ์ของรูปแบบการบริหารจัดการถุงพลาสติกจึงนำไปสู่การแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพ กล่าวคือสามารถสนองตอบการลดภาวะโลกร้อนและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นเรื่องที่องค์กรชั้นนำต่างๆ จะนำไปประยุกต์เข้ากับกิจกรรมการรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม (CESR หรือ CSR) ได้อย่างดี ทำให้สามารถเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันเหนือคู่แข่งได้ด้วยภาพลักษณ์ที่ดีกว่าและเข้าถึงผู้ซื้อได้ดี เพราะภัยธรรมชาติเป็นเรื่องใกล้ตัวเราเข้ามาทุกทีๆ โดยตลอด ซึ่งผลต่อเนื่องที่ตามมาอาจสรุปได้ ดังนี้

หลักการบริหารจัดการพลาสติกบรรจุภัณฑ์ใช้ครั้งเดียวทิ้ง แบ่งเป็น 2 ประเภท

  1. พลาสติกธรรมดาทั่วไป (Conventional Plastics)
  2. พลาสติกสลายตัวได้ทางชีวภาพ (Compostable Biopastics)
  • ห้างร้าน ควรหยุดการแจกถุงบางๆ ฟรี โดยจะออกแบบขายถุงทั้ง 2 ประเภท ที่มีคุณภาพดี หนา สวยงาม มีประโยชน์ น่านำมาใช้ซ้ำหลายๆ ครั้ง
  • ทางราชการ ควรสื่อให้มวลชนเข้าใจการแยกขยะตั้งแต่ต้นทางอย่างมีวินัย ตามคุณสมบัติเฉพาะ โดยมีการอำนวยความสะดวกให้ทุกรูปแบบ อาทิ เช่นการแจกถุงขยะทั้ง 2 ประเภท และอธิบายวิธีการใช้งานให้ถูกต้องซ้ำยังมีการให้รางวัลจูงใจเพื่อทุกภาคส่วนร่วมกันรณรงค์อย่างจริงจัง
  • ถุงพลาสติกธรรมดาทั่วไป จะถูกห้ามใช้กับอาหาร ขยะเปียก หรือขยะอินทรีย์ ให้ใช้ใส่ขยะแห้งอย่างเดียว
  • ถุงพลาสติกสลายตัวได้ทางชีวภาพให้ใช้บรรจุอาหารในการจำหน่ายและใช้ใส่ขยะเปียก หรือขยะอินทรีย์เท่านั้น
  • ถุงพลาสติกสลายตัวได้ทางชีวภาพมีราคาสูงกว่าพลาสติกธรรมดาที่วไปค่อนข้างมาก แต่เนื่องจากถุงพลาสติกชีวภาพนี้สามารถใช้เป็นสื่อในการรณรงค์รักษาสิ่งแวดล้อมได้ จึงมีคุณสมบัติพิเศษ ไม่ใช่ใช้เพื่อห่อสินค้าอย่างเดียว
  • เกิดนวัตกรรมการตลาดขึ้นมาใหม่ โดยใช้ถุงพลาสติกชีวภาพดังกล่าวในการรณรงค์กิจกรรมที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม มีการพิมพ์ข้อความรณรงค์ไว้บนถุงใบเดียวกันแต่อาจจะมากกว่า 1 องค์กร ทำให้มีการช่วยเฉลี่ยค่าใช้จ่ายออก เพื่อแต่ละองค์กรจะได้ไม่ต้องแบกภาระมากเกินไป เมื่อเทียบกับถุงพลาสติกธรรมดาทั่วไปซึ่งถุงทั่วไปที่ว่านี้ไม่สามารถทำหน้าที่เป็นสื่อรณรงค์ช่วยสิ่งแวดล้อมได้


คำนิยามและบทสรุปพลาสติกชีวภาพ
พลาสติกชีวภาพ (Bioplastics) แบ่งได้ 2 ชนิด
  • ชนิดสลายตัวได้ทางชีวภาพ (Compostable)
  • ชนิดสลายตัวไม่ได้ทางชีวภาพ (Non-Compostable)
พลาสติกชีวภาพชนิดสลายตัวได้ เป็นพลาสติกที่สังเคราะห์ขึ้นจากพืช (Biobase) หรือปิโตรเคมี (Petrobase) โดยมีคุณสมบัติพิเศษสามารถสลายตัวได้ทางชีวภาพ (Compostable) ให้กลายเป็บปุ๋ยหมัก (Compost) กลับคืนสู่ดิน ทดแทนปุ๋ยเคมี ซึ่งนำเข้ากว่า 4 หมื่นล้านบาทต่อปี
พลาสติกชีวภาพชนิดสลายตัวไม่ได้ เป็นพลาสติกที่สังเคราะห์ขึ้นจากพืชเท่านั้น โดยมีคุณสมบัติเหมือนพลาสติกทั่วไปที่ได้จากปิโตรเคมี ซึ่งสลายตัวไม่ได้ทางชีวภาพ (Non-Compostable) แต่เพื่อเป็นแหล่งวัสดุทดแทนพลาสติกตัวเดิมอย่างไม่มีการสิ้นสุด (Renewable) และได้ค่า Carbon Credit ขายได้ประมาณ 2.5 ตันต่อเม็ดพลาสติกฯ นี้ทุกๆ 1 ตัน
*ทำไมสนใจเรื่องพลาสติกชีวภาพ
     พลาสติกชีวภาพทั้งชนิดสลายตัวได้และสลายตัวไม่ได้ ต่างก็มีคุณค่าทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศอย่างมหาศาล ดังนี้
พลาสติกชนิดสลายตัวได้ทางชีวภาพ (Compostable Bioplastics)
  • คุณสมบัติพิเศษของพลาสติกชนิดนี้ สามารถสลายตัวได้คืนสู่ดินเป็นปุ๋ยหมัก ทดแทนปุ๋ยเคมีที่นำเข้าปีละกว่า 4 หมื่นล้านบาท และยังเหมาะกับงานที่เป็นผลิตภัณฑ์ที่สัมผัสกับอาหาร โดยสลายตัวพร้อมๆ กันไปกับเศษอาหารหรือขยะอินทรีย์ แทนการใช้พลาสติกธรรมดาเดิมๆ ซึ่งเมื่อเปรอะเปื้อนอาหารต้องนำไปเผาอย่างเดียว โดยไม่สามารถนำไป Recycle เพราะสกปรกเปื้อนไขมัน จึงจำต้องทำลายด้วยการเผาทำให้เกิดก๊าซพิษในบรรยากาศและก๊าซเรือนกระจก หรือ GHG (Green House Gas) ก่อให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บและเพิ่มภาวะโลกร้อน
  • ควรอย่างยิ่งที่จะนำพลาสติกชีวภาพชนิดสลายตัวได้ในการใช้บรรจุอาหารหรือขยะอินทรีย์ เพื่อมันจะถูกย่อยสลายแบบสลายตัวได้ทางชีวภาพ (Compostable) พร้อมๆ กับเศษอาหารและขยะอิรทรีย์ จนกลายเป็นปุ๋ยหมัก ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการเกษตรกรเป็นอย่างมาก เพราะประหยัดเงินค่าซื้อปุ๋ยเคมี
พลาสติกชนิดสลายตัวไม่ได้ทางชีวภาพ
  • ในอนาคตอันใกล้จะมีพลาสติกชีวภาพที่มีโครงสร้างเหมือนพลาสติกธรรมดาทั่วไปที่ทำจากปิโตรเลียม แต่จำทำจากมันสำปะหลัง ทำให้ขาย Carbon Credit ได้ประมาณ 2.5 ตันต่อเม็ดพลาสติกชีวภาพทุกๆ 1 ตัน และ แทนการส่งออกในรูปแป้งมัน ซึ่งเมื่อเป็นผลิตภัณฑ์พลาสติกชีวภาพจะสร้างมูลค่าเพิ่มไม่ต่ำกว่า 20 เท่าจากเดิม
สรุป พลาสติกชีวภาพรวมถึงพลาสติกธรรมดาทั่วไปเมื่อถูกใช้อย่างมีวินัย และมีการบริหารจัดการแยกขยะพลาสติกอย่างถูกต้องจะช่วยแก้ปัญหาได้ทั้งลดภาระโลกร้อนและช่วยลดการนำเข้าปุ๋ยเคมี โดยลดการเสียสมดุลการค้าได้
กล่าวคือ ให้มีการจำหน่ายถุงพลาสติกฯ หนา พิมพ์สวยงามทั้ง 2 ชนิด คือ ชนิดสลายตัวได้ทางชีวภาพและชนิดธรรมดาทั่วไป เพื่อใช้ซ้ำได้หลายๆ ครั้ง แทน การแจกถุงบางๆ ฟรีที่ใช้ครั้งเดียวทิ้ง ก่อให้เกิดมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมาก
     ดังนั้น เมื่อมีการใช้ซ้ำหลายครั้งจนถุงดังกล่าวเสื่อมสภาพ ก็นำไปใส่ขยะอินทรีย์ เศษอาหาร โดยเฉพาะที่เป็นถุงพลาสติกชนิดสลายตัวได้ทางชีวภาพ แต่ ถ้าเป็นถุงพลาสติกทั่วไป ให้นำไปใส่ขยะแห้งแล้วนำไป Recycle ได้มูลค่าเพิ่ม เพราะสะอาดกว่าเดิมไม่จำเป็นต้องนำไปเผาซึ่งก่อให้เกิดมลภาวะ GHG นำมาซึ่งโรคภัยไข้เจ็บ และเพิ่มภาวะโลกร้อน


อ้างอิงข้อมูล : วารสารบรรจุภัณฑ์ไทย (ฉบับที่ 85 มกราคม-กุมภาพันธ์ 2554)

*** สนใจติดต่อ สอบถามหรือสั่งผลิตงานแพ๊คเกจจิ้งกระดาษ 
ปลอกกระดาษสวมแก้ว ที่รองแก้วกระดาษ งานออกแบบโลโก้ ได้ที่..
TEL : คุณยา 081-1794546     IDLine : yongyee2529
           คุณเอ๋ย 087-3464927    IDLine : aey-iiz.
Email : synindustry@gmail.com
Fax : 02-7074067 
Facebook : SYNCoffeeSleeve
เว็บไซต์  :  www.synindustry.com